บทที่ 10 บทที่ 2 (4)

อ้อ!  อีกอย่างหุ่นจะดีได้แบบนี้ เธอต้องออกกำลังกายแทบตายเชียวนะกว่าจะได้มันมา!

“เป็นการเปิดตัวที่อลังมาก เลือกเวลาได้ถูกจริงจริ๊ง! ยัยเฟอร์บี้มองแกตาเขม็งเลยอันเอ๊ย!”

แคทเธอรีนในชุดราตรีเกาะอกสีดำผ่าข้างหันมองเพื่อนสนิท เธอทำท่าคล้ายยิ้มและพูดโดยไม่มีเสียง อันนายิ้มรับทำท่าเขินอาย แต่ในระหว่างนั้นก็ทิ้งหางตาให้หนุ่มหล่อคนหนึ่งบริเวณหัวบันได

“ไม่ใช่อันนา...” เธอเบือนสายตากลับมา แสร้งทำท่าคล้ายสะดุดแล้วเกาะเพื่อน ท่าทีอ่อนแอเหมือนกับนกน้อยหลงรังนั้น ทำให้หนุ่มหนุ่มข้างล่างแทบอยากจะโผเข้ามารับ “ทำไม่ได้หรอก รู้ยัง!”

นั่นแหละแคทเธอรีนจึงพูดได้แต่คำว่า “แสบ!”

เซบาสเตียนในชุดสูทเป็นทางการหล่อเนี้ยบส่ายหน้าเมื่อได้ยินสองสาวปะทะคารมกัน เขารีบเดินลงไปยังหัวบันไดหยุดยืนและยื่นมือรอ เพราะนี่คือบทของเขา องครักษ์ของเจ้าหญิงผู้บอบบางแสนหวาน

ก็... นี่มันเป็นแผน

อันนารู้ดีว่าต่อให้เข้ามาในงานได้ และโผล่ไปขอสัมภาษณ์เฮคเตอร์นั้น ก็อย่าได้หวังว่าจะสำเร็จ เพราะบทเรียนจากวันวิ่งไล่ตามรถของเขาทำให้เธอต้องมีแผนสำรอง และนี่คือ...

แผนเอ... เรียกความสนใจจากพ่อหนุ่มหล่อสุดเพอร์เฟ็กต์ให้ได้!

พอตกลงกันได้ สองสาวก็เริ่มสุมหัวและใช้เซบาสเตียนเป็นหนูทดลอง

แคทเธอรีนเสนอให้เธอเลือกชุดนี้ มันเป็นเดรสยาวสีเงินเมทัลลิคเปิดไหล่ คนแนะนำบอกว่ามันเหมาะกับอันนามาก เพราะดูกระฉับกระเฉงคล่องตัวดีแต่ก็ยังอ่อนหวานมีแอบเซ็กซี่ เพราะจริงๆตัวเสื้อเป็นเกาะอก แล้วแต่งรายละเอียดเสริมเข้าไปคือผ้าคลุมรอบไหล่จนเหมือนเสื้อเปิดไหล่ ที่เก๋สุดก็คือชุดนี้ต่อแขนเสื้อข้างหนึ่งยาวลงมาสี่ส่วน แถมเครื่องประดับที่ช่วยให้ชุดนี้ที่เรียบหรูแต่ถูกสตางค์และดูทันสมัย คือต่างหูสีเมทัลลิคออกดำ รูปทรงเลขาคณิตสี่เหลี่ยมและวงกลมแม้ดูทื่อๆ แต่กลับลงตัวอย่างน่าประหลาด

แรกเห็นช่างภาพหนุ่มตาค้าง และสองสามหัวเราะคิกชอบใจ

แม่สาวกึ่งสไตล์ลิสและคุ้นเคยกับการเปลี่ยนโฉม จัดการแต่งหน้าและทำผมให้อันนา นักข่าวสายสังคมรวบผมยาวหยักศกของเพื่อนไปไว้ที่บ่าขวา ใบหน้าแต่งให้ดูโฉบเฉี่ยวโดยเน้นตา และริมฝีปากสีสดใส เพื่อช่วยขับให้วงหน้านวลเด่นเด้งน่ามองยามต้องแสงไฟ และผลที่ได้ก็ดีเลิศเป็นที่น่าพอใจ!

อันนาแอบปรายตามองไปยังทิศที่เห็นเฮคเตอร์  ในใจสมประสงค์เพราะเขาก็มองเธอไม่วางตา

หญิงสาวหัวเราะหึๆ ในใจ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนตร์ มันก็ต้องเล่นคาถา งานนี้ถ้าเธอไม่ได้สัมภาษณ์เขาแหละก็ อย่ามาเรียกว่าอันนา เหยี่ยวข่าวสาวจอมจิก!

น่าแปลกทำไมทุกคนถึงได้เงียบ มีอะไรน่าสนใจที่บันไดกันแน่... แต่ช่างเถอะ

นั่นคือความคิดก่อนหน้าที่พีบีจะมาถึงตัวเฮคเตอร์ และพอเห็นเขามองไปที่บันไดเหมือนคนอื่นๆ เธอก็เริ่มแปลกใจและขุ่นใจมากขึ้นหลังตัวเองไม่ได้ตกเป็นที่สนใจอีกแล้ว ดังนั้นหญิงสาวจึงหมุนตัวปรายตามองไปตามทิศทางที่คนในงานมองจ้องอยู่ และก็ได้เห็นอันนา ความไม่พอใจจึงเริ่มก่อตัว เพราะนักข่าวธรรมดาคนหนึ่งดันแย่งซีนเธอ!

ส่วนอีกด้านโอดินจำได้ เธอคนนั้นที่ราวกับเจ้าหญิงซึ่งสะกดสายตาทุกคนไว้ เป็นคนเดียวกับนักข่าวที่สองสามวันก่อนเคยสัมภาษณ์เขา หนุ่มใหญ่อมยิ้มมุมปาก นัยน์ตาพราวระยับ

เสียงพูดคุยที่ห่างหายกลับมาแล้ว อันนาที่เชื่อมั่นในภาพลักษณ์ตัวเองอย่างยิ่งไม่สนใจสิ่งอื่นใดหรือสายตาใคร เป้าหมายของเธอคือเฮคเตอร์ พี. เกลนนอนที่ยืนอยู่ค่อนไปทางมุมด้านขวา หญิงสาวกำหนดทิศอย่างมั่นใจแล้วออกเดินนำแคทเธอรีนกับเซบาสเตียนลิ่ว

นักข่าวสายสังคมสาวผู้เป็นเพื่อนส่ายหน้าช้าๆ

ตากล้องหนุ่มเปิดยิ้มเสน่ห์ตรงมุมปากเปรยขึ้น “อันจะรู้บ้างไหมว่ากำลังเป็นที่สนใจของคนทั้งโดม”

“ลองกวาดตาหาเป้าหมายตั้งแต่เดินลงบันไดมา นายจะเดาไม่ได้เลยเหรอแซม” แคทเธอรีนเหลียวมามองเขา ขาก็ก้าวฉับๆจะตามอันนาให้ทัน ช่างภาพหนุ่มยักไหล่ก่อนรีบรุนหลังหญิงสาวให้เดินเร็วขึ้น

คนที่เป็นได้แค่เพื่อนหน้าแดง เมื่อความร้อนจากฝ่ามือหนาทาบลงบนแผ่นหลังของเธอ

ถึงไม่ต้องหันกลับไปมอง อันนาก็รู้ เพื่อนสนิททั้งสองคนของเธอกำลังเดินตามมาติดๆ และอีกสามก้าว หญิงสาวนึกกระหยิ่ม เธอก็จะถึงตัวเฮคเตอร์ ถ้าหากว่าจะ...

“ไง มิสกานดิศ ดีใจที่ได้พบคุณในงานนี้นะ”

...ไม่มี โอดิน ริชชี่ก้าวออกมาขวางเธอในระยะห้าเมตรสุดท้าย ให้ตายเถอะ!

“ค่ะ สายันสวัสดิ์นะคะมิสเตอร์ริชชี่ ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติมากจริงๆที่ได้เจอคุณอีกครั้ง” หญิงสาวทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ได้แต่ชะแง้มองไปยังด้านหลังของเขา แต่ก็นั่นแหละ ชายตรงหน้าเธอสูงเกินหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรแบบนี้ เธอจะไปมองเห็นอะไร

“วันนี้คุณดูแปลกไป สวยมากจริงๆสาวน้อย” เขาเอ่ยชมและยื่นมือออกมา อันนาจำใจต้องยื่นมือออกไปจับมือกับเขา และแสร้งยิ้มอ่อนหวานส่งให้หนุ่มใหญ่ที่ยกมือเธอขึ้นแตะริมฝีปากแผ่วเบา หญิงสาวดึงมือกลับ โอดินยิ้ม มือที่ถือแก้วเครื่องดื่มชูไปรอบๆ “ป่านนี้หนุ่มหนุ่มคงอิจฉาผมแทบทุกคน”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป